แหวนเพชร

เลือกแหวนเพชรตามราคา

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเพชรและแหวนเพชร



1. ซื้อเพชรแบบไม่มีเซอร์ ถูกกว่าเพชรมีใบเซอร์
หลายๆท่านเข้าใจผิดว่าเพชรไม่มีใบเซอร์นั้นถูกกว่าเพชรมีใบเซอร์ ตัวผมเองตอนแรกๆก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่จากประสบการณ์ซื้อเพชรมาอย่างยาวนานพบว่า ความจริงแล้ว เพชรที่คุณภาพดีๆนั้น ส่วนมากจะถูกส่งไปออกใบเซอร์ ส่วนเพชรที่ไม่มีใบเซอร์นั้นมักจะเป็นเพชรคุณภาพกลางๆ หรือคุณภาพต่ำๆ นานๆครั้งถึงจะเห็นเพชรไม่มีเซอร์คุณภาพดี และเท่าที่เจอราคาก็มักจะค่อนข้างสูง แทบไม่ต่างกับเพชรที่ส่งไปออกเซอร์แล้วคุณภาพเดียวกัน ข้อสรุปของผมก็คือ ถ้าเพชรคุณภาพเดียวกันจริงๆ ราคาเพชรมีเซอร์และเพชรไม่มีเซอร์ ไม่แตกต่างกันเลยครับ


โปรโมชั่นแหวนเพชร โปรโมชั่นเพชร


2. แหวนเพชรที่เห็นทั่วไปในตลาดเป็นแหวนทองคำขาว
เดี๋ยวนี้แหวนเพชรตัวเรือนสีขาว (สีเงิน) เป็นที่นิยมกว่าแหวนทองมากครับ บางท่านอาจมองว่าแหวนทองดูแก่ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดครับว่า แหวนเพชรที่เห็นขายๆกันเป็นแหวนทองคำขาว จริงๆแล้ว แหวนเพชรที่เห็นทั่วไปในตลาดนั้น เป็นแหวนทองขาว (White Gold) ไม่ใช่แหวนทองคำขาว (Platinum) นะครับ หากสนใจรายละเอียดเพิ่ม ลองอ่านกระทู้นี้ได้ครับ ทองขาวและทองคำขาว แหวนทองคำขาว หรือแพลทินัม ราคาสูงกว่าทองพอสมควร และค่าแรงในการขึ้นรูปตัวเรือนก็สูงกว่าด้วยครับ จริงๆแล้ว ในเมืองไทย มีโรงงานที่สามารถหล่อแพลทินัมได้แค่ไม่กี่โรง เพราะเครื่องหล่อราคาแพงมากครับ


3. เพชรน้ำ 100 คือเพชรที่สวยที่สุด
อย่างที่เคยกล่าวในบทความ 4Cs ของเพชร มาแล้วว่า น้ำ=สีของเพชร โดยเรียงลำดับจากน้ำ 100 = D color , น้ำ99 = E color , น้ำ98 = F color ไล่ไปตามลำดับ ลูกค้าหลายๆท่าน มักจะคิดและเข้าใจว่า เพชรน้ำ 100 คือเพชรที่มีคุณภาพดีที่สุดและสวยที่สุด ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน เพราะเรื่องน้ำของเพชรเป็นเรื่องของสีโดยเฉพาะ สิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการกลับเป็นเพชรที่มีประกาย และเล่นไฟดี และนั่นจึงเป็นเรื่องที่หลายๆคนเข้าใจผิดคิดว่าน้ำ 100 เป็นเพชรที่มีประกายดีที่สุด จริงๆแล้วไม่เกี่ยวกันครับ ถึงเป็นเพชรน้ำ 100 ถ้ามีตำหนิใหญ่ๆ หรือเจียระไนห่วยๆ เพชรเม็ดนั้นๆคงไม่สวยแน่ แล้วเพชรที่มีประกายดีเป็นอย่างไร ติดตามอ่านบทความเรื่องประกายเพชรเพิ่มเติมได้ครับ เพราะความสวยงามของเพชรโดยรวมขึ้นอยู่กับสัดส่วนและการเจียระไน ดังนั้นเพชรน้ำ 95 3EX อาจแวววาว วิบวับกว่าเพชรน้ำ 100 3VG ก็ได้ครับ


4. เพชรแข็งที่สุดในโลก ไม่มีวันแตก
เป็นความจริงครับที่ว่าเพชรเป็นสสารที่แข็งที่สุดในโลก คือมีความแข็งสูงสุดตามสเกลของโมห์ คือ 10 ซึ่งแข็งกว่าสสารลำดับสองที่มีความแข็ง 9 ถึงประมาณ 200 เท่า อย่างไรก็ดี เพชรนั้นแข็งแต่เปราะ ไม่ได้มีความเหนียวสูงอย่างพวกโลหะ ทำให้สามารถบิ่น หรือแตกร้าวได้หากถูกกระแทก หรือทำตก ดังนั้น เราจึงไม่สามารถทำให้เพชรมีรอยขูดขีดใดๆได้ โดยใช้มีด หรือหินขูด แต่เราสามารถทำให้เพชรแตกหรือบิ่นได้ การสวมใส่เพชร หรือแหวนเพชร จึงต้องระวังครับ


5. ทองเคคือทองปลอม
ยังมีลูกค้าหลายท่านที่เข้าใจผิดว่าทองเคเป็นทองปลอม ไม่ใช่ของแท้ เป็นทองเปอร์เซ็นต์ต่ำ หรือเป็นทองชุบมั่งล่ะ ความจริงแล้วคำว่าทองเค หมายถึงว่าโลหะมีค่านั้นๆมีส่วนผสมของทอง ซึ่งจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่ว่่าเป็นทองกี่ K โดยทอง 24K คือทอง 99.99% (หลายๆคนที่เข้าใจผิดคิดว่าทอง24Kคือทอง บริสุทธิ์ 100% แต่ความจริงแล้วเป็นเพียงทอง99.99% เพราะไม่สามารถสกัดมลทินออกจากทองได้หมด) และอย่างทอง 18K คือ ทอง 75% (18/24) ทีนี้แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าแหวนวงนั้นๆมีทองผสมอยู่กี่เปอร์เซ็นต์? ให้สังเกตที่ hallmark ที่ตอกอยู่ที่เครื่องประดับ อย่างเช่น แหวน มักจะอยู่ที่ด้านในของแหวน ต่างหู จะปั๊มที่ตัวเรือนด้านหลังและที่แป้นต่างหู เป็นต้น โดย hallmarkที่ประทับลงไปนั้น ที่พบเห็นกันส่วนใหญ่ได้แก่ 9K 14K 18K 22K 24K แต่นอกจาก hallmark ที่เราสังเกตได้เบื้องต้นแล้ว เราต้องซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือหรือไว้ใจได้ด้วย เพราะต่อให้มี18Kตอกอยู่ที่ตัวเรือน แต่เราก็ไม่สามารถทราบได้อยู่ดีว่าเปอร์เซ็นต์ทองครบ 75%หรือไม่ ส่วนหนึ่งต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของคนขายและความเชื่อใจกัน โดยสรุปแล้ว คำว่าทองเค ก็คือทองนั่นแหล่ะครับ เพียงแต่ว่าจะมีทองเป็นส่วนผสมกี่เปอร์เซ็นต์ ยิ่งมีทองผสมมาก เคก็ยิ่งสูงครับ


6. ตัวเรือนแพลทินัมแข็งแรงกว่าทองไม่เป็นรอยขูดขีด
ถึงแม้ว่าตัวเรือนแพลทินัมแข็งแรงกว่าทอง มีความหนาแน่นมากกว่า การยึดจับของหนามเตยบนเครื่องประดับก็แข็งแรงกว่า ทำให้ยืดระยะเวลาของการใช้งานออกไปได้มากกว่า แต่ก็สามารถเกิดรอยที่เรียกว่ารอยขนแมวบนตัวเรือนเครื่องประดับได้เช่นเดียวกัน นั่นเป็นเพราะว่า แพลทินัมนั้นมีความแข็งเพียง 4-4.5 ตามสเกลของโมห์ (ในขณะที่ทองมีความแข็งต่ำกว่า คือ 2.5-3.0) ซึ่งต่ำกว่าแร่ควอทซ์ ที่ปะปนกับฝุ่นในอากาศ ดังนั้นเวลาที่เราสวมใส่เครื่องประดับแล้วมีฝุ่นมาเกาะ พอเราเช็ดออก ก็จะเกิดริ้วรอยต่างๆ ได้ หรือขณะเราสวมใส่ก็อาจจะมีการกระแทก ถู หรือสำผัสกับสิ่งต่างๆที่มีความแข็งสูงกว่าก็ทำให้เกิดรอยเป็นริ้วๆได้เช่นเดียวกัน แต่เครื่องประดับแพลทินัมจะไม่หลุดลอก และไม่เกิดคราบดำของออกไซด์ที่ผิว จะเกิดเป็นเพียงรอยขนแมวที่ทำให้แหวนแพลทินัมดูเงาวาวน้อยลง การซ่อมหรือดูแลรักษาจึงน้อยกว่าแค่ขัดเงาให้เครื่องประดับมันวาวเหมือนเดิม ไม่ต้องชุบเหมือนกับแหวนทอง



7. เพชร IF คือเพชรไร้ตำหนิ
ลูกค้าหลายท่านมักถามผมว่าเพชรเม็ดนี้มีตำหนิมั้ย? หรือเพชรความสะอาด VS คือเพชรมีตำหนิใช่มั้ย? ความจริงก็คือ เพชรแท้ทุกเม็ดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ย่อมมีตำหนิแน่นอนครับ ที่เราว่าเพชร IF เป็นเพชรไร้ตำหนิ นั้นหมายถึง มองไม่เห็นตำหนิเมื่อมองด้วยกล้องขยาย 10 เท่า หากเรา ใช้กล้องขยายที่มีกำลังสูงขึ้น เพชร IF ก็มีตำหนิเช่นเดียวกันครับ หลายๆท่าน มักตั้งแง่รังเกียจ เพชรมีตำหนิ แต่ความจริงก็คือ เพชรแท้ทุกเม็ดต้องมีตำหนิครับ ลักษณะและตำแหน่งของตำหนิยังเป็นตัวยืนยันและแยกแยะเพชรแต่ละเม็ดออกจากกัน เฉกเช่นเดียวกับลายนิ้วมือของคนเราครับ


8. เพชรเซอร์ GIA สวยที่สุด
"เลือกซื้อเพชรเซอร์ GIA ซิ เพชรสวยสุด" เป็นอีกหนึ่งประโยคที่ผมได้ยินค่อนข้างบ่อย ความเชื่อนี้ก็เป็นความเชื่อที่ผิดเช่นเดียวกันครับ ความจริงก็คือ เพชรเซอร์ IGI 3EX น่าจะสวยกว่าเพชรเซอร์ GIA 3VG หรือต่อให้คุณภาพเพชรเหมือนกันทุกอย่าง เพชรเซอร์ HRD หรือ IGI ก็ยังอาจสวยกว่าเพชรเซอร์ GIA ก็ได้ครับ เพราะความสวยของเพชรขึ้นกับปัจจัยต่างๆหลายอย่าง เช่น คุณภาพของเพชรก้อน เพชรเซอร์ GIA อาจสวยมากกว่าหรือสวยน้อยกว่าเพชรเซอร์ HRD ก็ได้ครับ ความสวยของเพชรไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถาบันที่ออกเซอร์ ถ้าไม่งั้นผมก็คงส่งเพชรขี้เหร่ๆ ไปเซอร์ที่ GIA ให้หมดจะได้เพชรสวยๆกลับมาครับ


9. เพชรขนาดหนึ่งกะรัตที่สวย ต้องมีหน้ากว้าง 6.5 มม ขึ้นไป
สมัยก่อนที่ผู้ซื้อยังไม่มีความรู้ในการเลือกซื้อเพชร และอินเตอร์เนทยังไม่แพร่หลาย การเข้าถึงความรู้ต่างๆที่ถูกต้องเกี่ยวกับเพชรจึงค่อนข้างจำกัด หลายๆท่านได้ยินและได้ฟังการบอกต่อๆกันมาว่าเพชรขนาดหนึ่งกะรัตที่สวยนั้นต้องมีหน้ากว้าง 6.5 มม ขึ้นไป ถ้าเล็กกว่านั้นถือว่าเพชรเม็ดนั้น ดูหน้าแคบ ดูเล็กกว่าที่ควร ไม่น่าซื้อ จากการทดลองและวิจัยตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ได้มีการค้นพบว่าเพชรที่สวยที่สุดนั้น ควรมี เปอร์เซ็นต์ความลึก (ความหนาเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลาง) อยู่ที่ 58-62.3% จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เพชรน้ำหนัก 1.01-1.03 ที่มีเปอร์เซ็นต์ความลึกตามเกณฑ์ที่ว่านี้จะมีหน้ากว้าง 6.3-6.5 มม ไม่ใช่ มากกว่า 6.5 มม นะครับ เพชรบางเม็ดที่หน้ากว้างกว่า 6.5 มม เช่นอาจกว้างสัก 6.6 มม แต่หนัก 1.2 กะรัต เพชรอาจจะหนามาก และหน้ามืด ไม่สะท้อนแสงก็เป็นได้ เราจึงต้องดูหน้ากว้างเปรียบเทียบกับความหนาด้วยเสมอ ไม่ใช่ดูแต่เพียงหน้ากว้างอย่างเดียวครับ


10. ราคาพอร์ทหรือราคากลางของเพชร เป็นความลับทางการค้า
ในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายๆประเทศ อย่าง สหรัฐอเมริกา หากเราๆท่านจะซื้อเพชรที่ร้านสักร้าน คนขายต้องแสดงราคาพอร์ท (ราคากลางของเพชรสำหรับอ้างอิง) ให้ผู้ซื้อดูและ แจ้งราคาเป็นส่วนลด (Discount) หรือบวกเพิ่ม (Premium) จากราคาพอร์ทอีกทีนึง เพื่อให้เป็นการง่ายในการเปรียบเทียบ เช่นเพชรขนาด 1.02 FVS1 ร้านแรกให้ส่วนลด 2% จากราคาพอร์ท พอมาร้านที่สองเป็นเพชร EVS1 1.03 ได้ส่วนลด 5% จากราคาพอร์ท อันนี้พอสรุปได้ว่าร้านสองถูกกว่า (สมมติว่าคุณภาพอื่นๆเรื่องสัดส่วน การเจียระไน ฟลูออเรสเซนเหมือนกันๆ เพื่อความง่ายครับ) หากไม่มีการเปรียบเทียบส่วนลด เพชรน้ำ 99 แน่นอนว่าย่อมแพงกว่าเพชรน้ำ 98 ครับ
กลับมาที่ประเทศไทยประเทศที่กำลังพัฒนามาหลายสิบปี ตั้งแต่ก่อนผมเกิด ร้านเพชรน้อยร้านมากครับที่จะแสดงราคาพอร์ทให้ดู บางร้านอาจไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าราคาพอร์ทคืออะไร ผมเข้าใจว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ขายเกรงว่า ถ้าขายเพชรในราคาที่สูงกว่าราคาพอร์ทอาจขายยาก เพราะผู้ซื้อจะรู้สึกว่าแพง ความจริงแล้ว ราคาพอร์ทไม่ได้เป็นความลับทางการค้าแต่อย่างใด เป็นเพียงราคากลางไว้อ้างอิง เพื่อการเปรียบเทียบราคา ร้านเพชรที่ทำการค้าอย่างซื้อสัตย์ และมีความรู้พอสมควร ย่อมยินดีที่จะแสดงราคาพอร์ทให้ดู เมื่อผู้ซื้อร้องขอ


เกี่ยวกับผู้เขียนเพิ่มเติม