แหวนเพชร

เลือกแหวนเพชรตามราคา

อยากขายส่งเพชร อยากเป็น Dealer เพชร

หลายวันก่อน ได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่งจากคุณพลอย สอบถามเกี่ยวกับการทำธุรกิจขายส่งเพชรร่วง ผมเห็นว่าคำถาม น่าสนใจดี จึงขออนุญาตคุณพลอย นำจดหมาย ถาม ตอบ ฉบับ นั้นมาลงในเว็บไซท์ โดยมีการเพิ่มเติมข้อมูลบางส่่วน เพื่อให้เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์

เพชรร่วงพร้อมใบเซอร์
สวัสดีคะ คุณ Kamol

ได้อ่านข้อมูลของคุณ kamol ใน Web diamond grande มีประโยชน์มากเลยคะ เป็นที่เดียวที่ให้ข้อมูลเต็มๆ แบบ มือใหม่ อ่านแล้วเข้าใจ และรู้สึกมีกำลังใจมาก ตอนแรกตั้งใจว่าจะเริ่มทำธุรกิจขาย Jewelry เนื่องจากที่บ้านมีร้านขายทอง แต่พอลองศึกษาข้อมูลดู รู้สึกว่าสนใจการเป็น Dealer เพชรมากกว่าคะ หลังจากพยายามหาข้อมูล ยังไม่เจอข้อมูลที่ครบพอจะตัดสินใจได้เลยคะ เลยจะขอรบกวนปรึกษาคุณ Kamol ว่า


1. เป็น Dealer เพชร ในประเทศไทย ดีหรือไม่ (เนื่องจากเห็นว่าร้านเพชรส่วนใหญ่ ก็มี Supplier ต่างประเทศทั้งนั้น)

จริงๆแล้ว ตัวผมไม่เคยทำธุรกิจ Dealer โดยตรงนะครับ หลักๆเป็นขายปลีก มีขายส่งบ้างเล็กน้อย การเป็น Dealer เพชรก็เหมือนๆกับธุรกิจอื่นๆน่ะครับ ที่มีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จ และคนที่ไปไม่รอด ผมไม่แน่ใจว่าคุณพลอย อยู่ กทม หรือ ต่างจังหวัด ถ้าเป็น กทม การเป็น Dealer เพชรไม่ใช่ง่าย เพราะมี Dealer จำนวนมาก และแข่งกันด้วยราคา ฟาดฟันกันน่าดู margin ของการขายจึงต่ำมาก แต่ถ้าเป็น ต่างจังหวัด การแข่งขันไม่รุนแรงนัก มีโอกาสได้กำไรต่อหน่วยสูงขึ้น แต่ก็มีข้อเสียที่ลูกค้ามีจำนวนน้อยกว่ามาก ยกเว้นว่าอยู่ในจังหวัดใหญ่ๆ บางครั้งบางจังหวัดอาจขายดีกว่าที่เราคิดมากก็ได้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น ระยอง

ข้อดีของการเป็น Dealer คือ การทำงานค่อนข้างง่ายกว่าการขายปลีกมาก ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิก หลักๆ หา Supplier ซื้อสินค้า หาลูกค้า เสนอสินค้า ต่อรองราคา ปิดการขาย ไม่ค่อยต้องปวดหัวเรื่องบริการหลังการขาย และขั้นตอนกระบวนการผลิต แต่ข้อเสียคือ ต้องระวังเรื่องการให้เครดิต เพราะถ้าลูกค้าเกิดชักดาบขึ้นมา เราจะเดือดร้อนได้ การบริหารกระแสเงินสดจึงมีความสำคัญมาก


2. การหา Supplier จากต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นประเทศไหนดีคะ ฮ่องกง India ?

ส่วนมากก็เป็นสองประเทศนี้แหล่ะครับ ยกเว้นว่าทุนหนามากๆจริงๆ ก็อาจไปซื้อที่ Belgium ได้ ส่วนตัวผมเคยไปแต่ฮ่องกง ยังไม่เคยไปอินเดีย เท่าที่ทราบคิดว่าที่ ฮ่องกง ดีกว่าในแง่ที่ว่า สินค้าน่าจะมีคุณภาพหลากหลายกว่า เพราะมีบริษัทต่างชาติเยอะ ส่วนอินเดีย เท่าที่สอบถาม มีข้อดีในแง่ที่ราคาโดยเฉลี่ยถูกกว่า แต่คุณภาพโดยเฉลี่ยก็น่าจะต่ำกว่าด้วย เอาเข้าจริงๆแล้วถึงเดินทางไปฮ่องกง Dealer เพชรส่วนใหญ่ก็เป็นอินเดียอยู่ดีล่ะครับ ต้องยอมรับว่าตอนนี้อินเดียแทบจะผูกขาดการค้าเพชร โดยเฉพาะเพชรขนาดเล็กไปแล้ว

เป็นที่น่าสังเกตว่า Dealer เพชรในเมืองไทย เกือบทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย มีจำนวนน้อยมากๆ ที่เป็นชาวไทย หรือชาวต่างชาติประเทศอื่นๆ ชาวไทยส่วนมากก็มักเคยทำงานกับชาวอินเดียมาก่อน ในระยะหลังๆ ชาวอินเดียที่เคยทำงานเป็นลูกจ้าง ก็หันมาเปิดบริษัท เป็น Dealer อิสระกันเต็มไปหมด ทำให้ปัจจุบันมี Dealer รายเล็กๆ มากมายครับ แต่น่าแปลกที่ Dealer คนไทยก็ยังคงน้อยมากเหมือนเดิม ทั้งๆที่ผมคำนวณดูแล้วว่าการเป็น Dealer เพชรรายเล็กๆ น่าจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 3-5 ล้านบาท แต่กลับไม่ค่อยมีคนไทยทำ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันครับ


3. การซื้อเพชร จาก supplier ซื้อในลักษณะไหนคะ เป็น Parcel หรือซื้อเป็นเม็ดๆ แล้วเราจะ Grade กันยังไง หรือ ถ้าตกลงกันแล้วก้อรับตามนั้น หรือต้องไป grade ของที่ต่างประเทศ

ก็ซื้อได้ทั้งสองแบบน่ะครับ ปกติ Supplier แต่ละเจ้ามักมีความถนัดต่างกัน เช่น บางเจ้าจะเน้นขายเพชรเม็ดเล็กๆ เป็นห่อๆ บางเจ้าอาจเน้นขายเพชรมีใบเซอร์ต่ำ กะรัต (Dossier) บางเจ้าอาจเน้นขายพวกเพชรกะรัต บางเจ้าอาจเน้นขายเพชรแฟนซี เป็นต้น ดังนั้น เราก็ต้องศึกษา สำรวจหาข้อมูลว่าเจ้าไหนมีจุดแข็งอะไร เวลาจะซื้อเพชรแบบนี้ ต้องซื้อกับเจ้าไหนถึงได้ราคาดี การจะเป็น Dealer ที่ประสบความสำเร็จได้ ต้องสามารถหาแหล่งซื้อที่ราคาถูก และต้องคาดเดาความต้องการตลาดได้ในระดับนึงว่า เพชรแบบไหนขายง่าย ขายดี สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยประสบการณ์ ขอยกตัวอย่าง เพชรน้ำสูง ความสะอาดต่ำอย่างเกรด SI ลงไปนั้น ขายดีมากในประเทศอย่างอเมริกา แต่ถ้าเป็นประเทศไทย เพชร SI จะขายยากมากครับ ในตลาดเมืองไทย เพชรต้องเป็นเกรด VS2 ขึ่นไป

การจะเป็น Dealer เพชรได้นั้นต้องมีความรู้เรื่องเพชร สามารถเกรดเพชรได้ในระดับนึง ว่าง่ายๆคือเราต้องดูเองน่ะครับ ถ้าเป็นเพชรไม่มีเซอร์ ก็ต้องดูเองเป็นว่าน้ำประมาณไหน ความสะอาดแค่ไหน เหลี่ยมเจียระไนดีหรือไม่ เราไม่สามารถเชื่อคนขายได้ 100% นะครับ ส่วนมากคุณภาพมักจะเว่อร์เล็กน้อย เช่น คนขายบอกว่า น้ำ 98-97 จริงๆอาจแค่ 97-96 บอกว่าเป็น VVS2-VS1 ส่วนมากจะแค่ VS1-2 แต่ถ้าเป็นกรณีเพชรมีเซอร์ ก็ง่ายขึ้นมาก เพราะในใบเซอร์ บอกข้อมูลเกือบหมดทุกอย่างอยู่แล้ว


4. เราจำเป็น ต้องส่งเพชร ไป grade ที่ GIA หรือไม่คะ เพื่อให้ขายง่าย หรือจริงๆ ตลาดเมืองไทย ไม่เน้นใบ Cer

แล้วแต่ขนาดด้วยมั้งครับ ถ้าเพชรเม็ดเล็กๆ ต่ำกว่า 20 ตังค์ ลงมา ผมว่าไม่คุ้มที่จะส่งเซอร์ เพชรราคาหลักพัน ส่งไปเซอร์ เม็ดละ พันสองพัน ดูสิ้นเปลืองเกินไป แต่ถ้าเม็ดขนาด 20-30 ตังค์ขึ้นไป ผมเห็นว่าควรส่งไปเซอร์ เพื่อจะได้ซื้อง่ายขายคล่องครับ ตลาดเมืองไทย คนรุ่นใหม่ๆเน้นใบเซอร์กันทั้งนั้นนะครับ


เกี่ยวกับผู้เขียนเพิ่มเติม