เพชรคุณภาพไหน น่าลงทุนที่สุด?

ย้อนกลับไปสมัยที่ผมเริ่มทำธุรกิจเพชรใหม่ๆ ผมมักได้ยินคนขาย หรือคนที่ทำธุรกิจนี้พูดประมาณว่า “ซื้อเพชรต้องซื้อเม็ดใหญ่ๆ อย่างน้อยต้อง 1 กะรัตขึ้นไป ราคาจะขึ้นเร็ว” หรือ “ซื้อเพชรต้องซื้อน้ำดีๆ ราคาไม่ตก”  ไม่แน่ใจว่า ที่คนขายมักพูดแบบนี้ เพราะเป็นเรื่องจริง หรืออยากขายของราคาแพงๆ จะได้ตังค์เยอะ แน่นอนว่าเพชรเม็ดใหญ่ราคาแพงกว่าเพชรเม็ดเล็ก และก็แน่นอนอีกว่า เพชรน้ำสูง ราคาสูงกว่าเพชรน้ำต่ำ แต่เพชรเม็ดใหญ่ หรือเพชรน้ำสูง ราคาไม่ตก และราคาจะปรับขึ้นมากกว่าจริงรึป่าว อันนี้ไม่แน่ใจ

 

ผมเก็บความสงสัยเรื่องนี้มานานหลายปี ระหว่างนั้นผมก็คอยเก็บใบราคาเพชร (Rapaport) ไว้ ตั้งใจว่าวันนึงจะได้ลองมาเปิดดูให้เห็นๆเลยว่า เพชรขนาดไหน คุณภาพไหนกันแน่ ที่ราคาปรับขึ้นมากกว่ากัน และแล้ววันนั้นก็มาถึงครับ ข้อมูลที่ผมสรุปมานี้ มาจาก ราคากลาง (Rapaport) ตั้งแต่ปี 2009-2014 ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของแต่ละปี บางท่านอาจสงสัยว่าทำไมไม่ยึดเอาเดือนไหนซักเดือน อืม ขอสารภาพเลยนะครับว่า ราคาของเดือนมีนาคม ปีนึงมันหายไปน่ะครับ เลยใช้เดือนกุมภาพันธ์แทน 55 เพื่อให้การศึกษาเรียบง่ายและไม่ซับซ้อนเกินกว่าสติปัญญาของผม เราจะเทียบราคา Port ในหน่วย US Dollar โดยไม่นำปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยน และส่วนลดการค้าในแต่ละช่วงมาคำนวณ โดยให้คุณภาพความสะอาดเป็นค่าคงที่คือ VVS2 เพื่อเปรียบเทียบเฉพาะความแตกต่างระหว่างสี ว่าแล้วเรามาดูกันเลยดีกว่าครับ ว่าความเชื่อที่ว่าๆกันมาก่อนหน้าเป็นเรื่องจริงรึป่าว??

ราคาเพชร 30-69 ตังค์

ราคาเพชร 30-69 ตังค์

 

จากข้อมูล ตารางด้านบน จะเห็นได้ว่า เพชรขนาด 30, 40, 50 ตังค์ นั้น เพชรเกรดที่มีราคาปรับมากขึ้นที่สุด กลับเป็นเพชรน้ำ 94 (J) ไม่ใช่เพชรน้ำสูง น้ำ 100 น้ำ 98 อย่างที่เข้าใจกัน กลุ่มเพชรขนาด 30, 40 ตังค์ นั้น เพชรน้ำ 100 และเพชรน้ำ 98 ราคาไม่ปรับขึ้นเลยแม้แต่ดอลล่าร์เดียว ช่างน่าเศร้า ในขณะที่เพชรน้ำ 95, 94 ราคาปรับขึ้นสองหลักในระยะเวลา 5 ปี ที่ปรับขึ้นมากที่สุดคือเพชรน้ำ 94 ขนาด 30 ตังค์ ราคาปรับขึ้นถึง 38%

 

ราคาเพชร 70 ตังค์ ถึง 1 กะรัต

ราคาเพชร 70 ตังค์ ถึง 1 กะรัต

 

คราวนี้ มาดูในส่วนของเพชรขนาดใหญ่บ้าง ผลออกมาค่อนข้างหลากหลายครับ สำหรับเพชรขนาด 70 และ 90 ตังค์ เพชรน้ำ 95 ปรับตัวขึ้นสูงสุด 10% และ 18% ในขณะที่เพชรขนาด 1 กะรัต เพชรน้ำ 94 ปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 20% เป็นที่น่าแปลกใจว่า เพชรน้ำ 98 ผลงานแย่มาก ราคาปรับขึ้นเพียง 1%

1.00-VVS2-Diamond-Price

0.30-VVS2-Diamond-Price-Cha

 

จากตัวเลขด้านบน และกราฟ เราพอสรุปได้ว่า ตรงข้ามกับความเชื่อ ดูเหมือนเพชรกลุ่มที่ราคาปรับตัวขึ้นมากจะเป็นเพชรน้ำกลางๆ อย่าง น้ำ 95, 94 มากกว่า เพชรน้ำสูง และเพชรขนาดใหญ่ก็ไม่ได้มีราคาปรับขึ้นมากกว่าเพชรเม็ดเล็กอย่างมีนัยยะสำคัญ ครั้งแรกที่ผมเห็นตัวเลขเหล่านี้ ก็รู้สึกแปลกใจพอสมควรครับ แต่ก็คิดว่า พอมีคำอธิบายที่น่าจะเข้าท่าดังนี้ คือเดิมทีผมรู้สึกว่า เพชรน้ำสูง ราคาแพงกว่าเพชรน้ำกลางๆ มากอย่างไม่สมเหตุผล ลองดูตัวเลขเพชรขนาด 30 ตังค์ ปี 2009 นะครับ เพชรน้ำ 100 (D) ราคาพอร์ท 3200 เพชรน้ำ 94 ราคา 1600 หรือหมายความว่า ซื้อเพชรน้ำ 100 แค่ 1 เม็ด สามารถซื้อเพชรน้ำ 94 ได้ 2 เม็ด!! ผมคิดว่า ความแตกต่างของราคาที่มากเกินไปนี่แหล่ะครับ มีผลต่ออุปสงค์และอุปทาน และทำให้เพชรน้ำ 100 ราคาไม่กระเตื้อง ในขณะที่เพชรน้ำ 94 ราคาขยับขึ้น เพื่อปิดช่องว่างที่มากเกินไป

 

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราคงคาดได้ว่าจะเห็นผล แบบแผน ที่คล้ายคลึงกัน ในเพชร VVS2 และ VS2 เพราะก่อนหน้านี้ เพชรทั้งสองคุณภาพ ราคาต่างกันอย่างไม่สมเหตุผลเช่นกัน คือ ผมคิดว่าเพชร VS2 ไม่ควรถูกกว่าเพชร VVS2 มากขนาดนั้น ไว้คราวหน้าเราจะมาดูเรื่องนี้กันอีกที ใบ้ให้ก็ได้ว่า ผลเป็นอย่างที่เราคาดเดา………

 

แว่บแรกที่เห็นตัวเลขต่างๆ ผมรู้สึกสบายใจที่อย่างน้อย ดูเหมือนว่า ราคาเพชรจะมีแต่ขึ้นกับขึ้น ในระยะยาว แย่ที่สุดก็คือราคาไม่เปลี่ยนแปลง แต่ช้าก่อนครับ หลังจากทดสอบดูตัวเลขเพชรคุณภาพอื่นๆด้วย ผมกลับพบความจริงที่น่าตกใจว่า มีเพชรบางคุณภาพ นอกจากราคาไม่ปรับขึ้นแล้ว ราคายังตกลงด้วยครับ !! ถ้าพูดตามภาษาหุ้น ก็คงเป็น เพชรติดดอย ไว้เรามาเฉลยกันภายหลังว่า หุ้น เอ้ย เพชรคุณภาพไหนกันที่ราคาตก?