เพชรคุณภาพไหน น่าลงทุนที่สุด? ภาค 2 ความคุ้มค่าของ VS2

หลายปีมานี้ ตลาดเพชร เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่ไม่เหมือนในอดีต แต่เดิมเพชรส่วนมากในตลาดจะเป็นเพชรไม่มีใบเซอร์ เพชรมีเซอร์จะเป็นส่วนน้อย เพชรความสะอาดเกรด VVS1-2 เคยเป็นที่นิยมมากกว่ามาก แต่ในปัจจุบัน เราเริ่มเห็นว่า เพชรมีใบเซอร์มีมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เพชร VS1-2 ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นมาก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะอินเตอร์เนท ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูล และองค์ความรู้ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น จึงสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้เองว่าควรเลือกทางเลือกแบบไหน อันที่จริงแล้ว เพชรเกรด VS1-2 หาของค่อนข้างยากมาพักใหญ่ๆแล้ว และดูจะยากขึ้นๆ โดยเฉพาะเพชรเกรด VS2 ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ไหนว่าเพชรความสะอาดยิ่งสูง ยิ่งหายาก แต่ทำไมเราจึงเห็นเพชร IF, VVS1 เกลื่อนกลาด แต่หาเพชร VS2 ยากเย็นเหลือเกิน…… บทความนี้มีคำตอบครับ 

 

บทความเรื่อง “เพชรคุณภาพไหน น่าลงทุนที่สุด” จะเป็นบทความไตรภาคนะครับ มีสามภาค โดยในภาคแรก ปฐมบท สำหรับคนที่ขี้เกียจกลับไปอ่าน ภาคแรก เราได้สรุปไปแล้ว จากข้อมูลสถิติย้อนหลังว่า ดูเหมือนเพชรกลุ่มที่ราคาปรับตัวขึ้นมากจะเป็นเพชรน้ำกลางๆ อย่าง น้ำ 95, 94 มากกว่า เพชรน้ำสูง และเพชรขนาดใหญ่ก็ไม่ได้มีราคาปรับขึ้นมากกว่าเพชรเม็ดเล็กอย่างมีนัยยะสำคัญ สถิติและตัวเลข บทความที่แล้ว เป็นการเปรียบเทียบ การเปลี่ยนแปลงของราคาเพชรแต่ละสี โดยให้ปัจจัยด้านความสะอาดเป็นค่าคงที่ คราวนี้เรามาลองดูการเปลี่ยนแปลงราคาของเพชรแต่ละสี โดยความสะอาดคงที่เช่นเดิม แต่เป็นความสะอาดระดับ VS2

0.30-0.69-Price-VS2-2

จากตารางจะเห็นได้ว่าแม้แต่ในเพชรความสะอาดระดับ VS2 เพชรที่มีราคาปรับตัวขึ้นสูงสุด ก็เป็นเพชรสีกลางๆ เช่น น้ำ 95, 94 เช่นกัน โดยเพชรขนาด 30, 40 ตังค์ ที่ปรับราคาขึ้นมากสุด เป็นเพชรน้ำ 94 (J) ปรับขึ้นถึง 54% และ 47% ตามลำดับ ในส่วนของเพชรขนาดครึ่งกะรัตนั้น เพชรน้ำ 95 (I) ราคาปรับขึ้นมากสุด คือ 39% ดูเหมือนทุกอย่างจะซ้ำรอยเดิม ผลออกมาคล้ายๆกับ สถิติของเพชร VVS2 ในบทความก่อนหน้า แต่หากเราสังเกต และพินิจพิเคราะห์ ตัวเลขดีๆอีกทีจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนบางอย่าง ในบทความก่อนหน้า เพชร VVS2 น้ำ 100, 98 ขนาด 30-40 ตังค์ ราคาไม่ปรับขึ้นเลย แต่สำหรับเพชร VS2 เพชรน้ำ 100, 98 ราคาปรับขึ้น แม้จะไม่มากเท่ากับเพชรน้ำกลางๆ แต่ก็ยังถือได้ว่าทำผลงานไม่เลวนัก เพชรน้ำ 100 VS2 ราคาปรับขึ้น 12%, 21%, 20% สำหรับเพชรขนาด 30, 40, 50 ตังค์ เมื่อเทียบกับ 100 VVS2 ทีราคาไม่เปลี่ยนแปลงเลยในเพชร 30, 40 ตังค์ และปรับขึ้นเพียง 7% ในเพชรครึ่งกะรัต รูปแบบที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นกับเพชรน้ำ 98 ด้วย

การเปลี่ยนแปลงราคาเพชร

 

ในเพชรขนาดใหญ่ขึ้น ผลออกมาคล้ายคลึงกัน คือ ในกลุ่มเพชรขนาด 70 ตังค์ เพชรน้ำ 95 ราคาปรับขึ้นมากสุด และในกลุ่มเพชรขนาด 90 ตังค์ เพชรน้ำ 94 ปรับขึ้นมากที่สุด แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่า เฉพาะเพชรขนาด 1 กะรัต เพชรที่ราคาปรับขึ้นมากสุดกลับเป็นเพชรน้ำ 100 โดยปรับตัวสูงขึ้นถึง 35%

Price-VVS2-VS2

 

เมื่อเราลองนำการเปลี่ยนแปลงราคาของเพชรเกรด VVS2 และ VS2 มาเปรียบเทียบกัน ผลก็เป็นไปตามที่คาดหมายครับ คือ เพชร VS2 ราคาปรับขึ้นมากกว่า ในเพชรเกือบทุกสีและทุกขนาด ยกเว้นเพียงขนาด 90 ตังค์ น้ำ 95 เท่านั้น ที่ปรับขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์พอๆกัน เพราะเหตุใดเพชร VS2 ราคาจึงปรับขึ้นมากกว่า ต่างจากความเชื่อที่ว่าเพชรความสะอาดสูง ราคาจะปรับขึ้นสูงกว่า เราลองดูที่ราคาเพชรขนาด 30 ตังค์ เกรด DVVS2 และ DVS2 นะครับ ในปี 2009 ราคาพอร์ทของเพชรทั้งสอง คือ 3200 และ 2600 ต่างกันประมาณ 23% แต่พอในปี 2014 ราคาพอร์ทของเพชรกลายเป็น คือ 3200 และ 2900 เหลือต่างกันเพียงประมาณ 10% ส่วนต่างที่หดแคบลง สามารถสะท้อนความจริงได้ว่า ผู้บริโภคในปัจจุบัน ไม่ได้ให้ราคาความแตกต่างของความสะอาดมากเหมือนเดิม ในปี 2009 เมื่อผู้บริโภคมองหาเพชรและเห็นว่าเพชร D/VS2 ถูกกว่า D/VVS2 มากถึง 23% ซึ่งผู้บริโภคคิดว่ามากไปจึงเลือกซื้อ DVS2 ส่งผลให้ความต้องการ D/VS2 มากขึ้น ในขณะที่ความต้องการ D/VVS2 น้อยลง สุดท้ายกลไกตลาดทำให้เพชร D/VS2 มีราคาสูงขึ้น ในขณะที่ D/VVS2 ไม่เปลี่ยนแปลง

0.30-VS2-Diamond-Price

จากข้อมูล ตัวเลขต่างๆจาก บทความแรก และบทความที่สอง เราคงพอสรุปได้ ว่า เพชรสีที่ราคาปรับตัวขึ้นมากสุด เป็นเพชรสีกลางๆ ความสะอาดที่เพชรราคาปรับขึ้นมากสุด เป็นเกรด VS2 ดังนั้นเราจะน่าพอจะคาดการณ์ได้ว่าเพชรคุณภาพที่ราคาควรปรับขึ้นมากที่สุดคือเพชรเกรด I-J/VS2 ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น J/VS2 ปรับตัวสูงสุดในกลุ่มเพชร 30, 40 และ 90 ตังค์ โดยปรับขึ้นถึง 54%, 47%, 21% ตามลำดับ ส่วนเพชร I/VS2 ปรับตัวสูงสุดในกลุ่มเพชร 50 และ 70 ตังค์ โดยปรับขึ้น 39% และ 15% ในส่วนของเพชร 1 กะรัต แชมป์ตกเป็นของเพชรน้ำ 100 D/VS2 ปรับขึ้นถึง 35%  ดูเหมือนว่าผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อ เพชรเกรด VS2 ในปี 2009 จะโชคดีที่สุด นอกจากจะซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าแล้ว ราคายังปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าอีกด้วย

 

ถ้าอย่างนั้น เราควรซื้อแต่เพชร VS2? อันนี้ก็ไม่เสมอไปนะครับ คงแล้วแต่สภาวะตลาดในแต่ละช่วงด้วย แน่นอนว่าถ้านั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไป ปี 2009 ได้ เราคงเลือกซื้อเพชร VS2 แน่ แต่ในอนาคตเราไม่อาจทราบได้ การมองย้อนกลับไปในอดีตดูง่ายเสมอ แต่การมองล่วงหน้าถึงอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน การที่ส่วนต่างราคาไม่ได้มากเหมือนอย่างในอดีต เราคงพอคาดการณ์ได้ว่า นับจากนี้ไปเพชรเกรด VVS2 และ VS2 จะปรับขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกัน

 

ตามความเห็นส่วนตัว เพชร VS2 เป็นเพชรเกรดที่คุ้มค่าที่สุดเสมอมา เพราะเป็นเพชรขั้นสุดท้ายที่ตำหนิเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากเรานำเพชรเกรด IF, VVS1-2, VS1-2 มาวางเรียงกันและดูด้วยตาเปล่า เราจะไม่มีทางบอกได้เลยว่าเม็ดไหนเป็นเม็ดไหน ในขณะที่ราคาก็ย่อมเยาว์กว่าเพชร VVS1-2 และ VS1 พอสมควร (ข้อควรระวัง สำหรับเพชร VS2 คือบางเม็ดอาจมีจำนวนตำหนิเยอะ ควรเลือกซื้อเป็นเม็ดๆไป) เอาง่ายๆว่า ตอนผมซื้อแหวนเพชร ไปหมั้นภรรยา ผมก็เลือกเพชร VS2 เหมือนกันครับ ^_^

 

บทความฉบับหน้า จะเป็นภาคปัจฉิมบท ของบทความไตรภาคเรื่องนี้นะครับ เราจะมาเฉลยกันว่า เพชรคุณภาพใดกันหนอ ที่นอกจากราคาไม่ปรับขึ้นแล้วยังตกลงอีกด้วย!!