โศกนาฏกรรมของเพชรแฟนซี

เพชรหัวใจ เพชรแฟนซี

 

วันนี้มีลูกค้าท่านนึงชื่อ คุณแก้วมาเลือกซื้อแหวนเพชรที่ร้าน ตอนแรกคุณแก้วอยากได้เพชรกลมขนาดครึ่งกะรัต น้ำสูงๆ หน่อย D-F ซึ่งที่ร้านก็มีพอดี เพชรน้ำ 100 ขนาด 50-60 ตังค์ และก็มีเพชรน้ำ 98 ขนาด 50 ตังค์ อีกเม็ดนึง พอดีว่า คุณแก้วอยากได้ความสะอาดระดับ VVS2 คราวนี้ก็เลยเหลือเม็ดเดียว คือเพชรขนาด 50 ตังค์ น้ำ 100 เพราะอีกสองเม็ดที่เหลือเป็น VS1 เพชร 50 ตังค์ น้ำ 100 เม็ดนี้ ราคาประมาณ 90000 บาท ซึ่งเกินงบประมาณ ที่คุณแก้วและแฟนตั้งใจไว้คือ แค่ประมาณ 60000-70000 น้องชุ จึงแนะนำไปว่า “หรือจะลองดูเป็นเพชรหัวใจดีคะ” ราคาถูกกว่าพอสมควรเลยทีเดียว เพชรหัวใจขนาด 50 ตังค์เหมือนกัน น้ำ 100 (D) VVS2 เหมือนกัน เม็ดนี้ราคาเพียงแค่ 56000 บาทเท่านั้น !! ถูกกว่าเพชรกลมคุณภาพเดียวกันถึง 34000 หรือถูกกว่าถึงเกือบ 40% คุณแก้วถามผมว่า ทำไมถึงเพชรหัวใจถึงถูกกว่ามากขนาดนั้น? คำถามนี้ตอบยากพอสมควรทีเดียวครับ ถึงจะมีคนถามผมหลายรอบแล้ว แต่ผมจะรู้สึกเหวอๆ มึนๆ ทุกครั้งที่มีคนถาม.. ทำไมผู้คนถึงไม่ให้มูลค่า ไม่ให้ราคา เพชรแฟนซี?

 

โดยทั่วไปแล้ว ในบรรดาเพชรรูปทรงต่างๆ ทั้งหมดนั้น เพชรกลมจะแพงที่สุด และจะมีราคาพอร์ท (ราคากลาง) ของตนเอง ในส่วนเพชรรูปทรงอื่นๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เพชรหัวใจ (Heart-Shape) เพชรหยดน้ำ (Pear Shape) เพชรทรงเมล็ดข้าว (Marquise) เพชรสี่เหลี่ยมจัตรุัส (Princess Cut) เพชรสี่เหลี่ยมยาว (Baguette) และทรงอื่นๆอีกมากมาย เช่น Cushion, Rectangular, ฯลฯ จะมีราคาถูกกว่า และใช้ราคาพอร์ทของเพชรหยดน้ำ เป็นมาตรฐานในการอ้างอิงราคาร่วมกัน และ โดยปกติแล้วเพชรแฟนซี มักจะได้ส่วนลดค้าส่งมากกว่าเพชรกลมด้วย ส่งผลให้ราคาขายทั้งปลีกและส่งของเพชรแฟนซี ต่ำกว่าเพชรกลม อย่างมีนัยยะสำคัญ ขอยกตัวอย่างให้เห็นความแตกต่างชัดเจนนะครับ สำหรับเพชรขนาดครึ่งกะรัต หากเป็นเพชรน้ำ 100 (D) VVS2 ราคาพอร์ทจะอยู่ที่ $5900 ในขณะที่เพชรแฟนซีคุณภาพเดียวกัน ราคาอยู่ที่ $3900 ต่างกันถึง 34% อันที่จริงแล้วเพชรแฟนซีน้ำ 100 ขนาดครึ่งกะรัต ราคาแทบจะพอๆกับเพชรกลมน้ำ 100 ขนาด 40 ตังค์ เลยทีเดียว ความแตกต่างที่ว่านี้จะยิ่งมากขึ้น เมื่อเพชรมีขนาดใหญ่ขึ้น เพชรน้ำ 100 VVS2 ขนาดหนึ่งกะรัต ราคาพอร์ทจะอยู่ที่ $17000 ในขณะที่เพชรแฟนซีคุณภาพเดียวกัน ราคาอยู่ที่ $10100 ต่างกันถึง 41% ถ้าเทียบเป็นเงินบาท เพชรกลม หนึ่งกะรัต D/VVS2 ราคาหักส่วนลดแล้วประมาณ 504,000 บาท ในขณะที่เพชรแฟนซีราคาแค่ประมาณ 280000 บาท เท่านั้น ต่างกันถึง 224000 บาท หรือต่างกันเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว !! ลองดูความแตกต่างของเพชรกลม และเพชร ตามตารางด้านล่างนี้นะครับ (ขอบอกตามตรงว่า ตัวผมเองก็ไม่เคยสังเกตด้วยซ้ำ ว่าราคาเพชรกลม และเพชรแฟนซีต่างกันมากขนาดนี้ ก่อนหน้านี้คิดว่า ต่างกันแค่ประมาณ 20-25% จากตารางจะเห็นว่าเพชรบางขนาด บางคุณภาพ ราคาต่างกันถึง 40% ซึ่งอันนี้ยังไม่ได้คิดความแตกต่างของส่วนลด ซึ่งหลายๆกรณีส่วนลดเพชรแฟนซีจะมากกว่า 5-10% ทำให้โดยรวมแล้วราคาอาจต่างกันถึง 50% หรือแปลง่ายๆได้ว่า เพชรกลมหนึ่งเม็ด อาจซื้อเพชรแฟนซีคุณภาพเดียวกันได้ถึง 2 เม็ดทีเดียว!!)

 

Different-Price-Round-Fancy

 

อะไรคือเหตุผลเบื้องหลังของความแตกต่างที่ว่า ทั้งๆที่เพชรกลม และเพชรแฟนซี โดยเนื้อแท้แล้ว ก็คือเพชรเหมือนกัน? ถ้ายึดหลักเหตุผล ตามที่ว่าๆ กันมา โดยบรรดาฝรั่งมังค่า เพชรกลมแพงกว่าเพชรแฟนซี เพราะ

 

  1. กว่า 80% ของเพชรทั้งหมด เจียระไนเป็นเพชรกลม ดังนั้นเพชรกลมน่าจะมีคุณภาพดีกว่า เพราะมีของให้เลือกเยอะกว่า
  2. รูปทรงเพชรกลม และเหลี่ยมเกสร ถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสะท้อนแสง จึงดูสวยงาม เป็นประกายกว่า
  3. เพชรกลมไม่เคยตกแฟชั่น คลาสสิค
  4. เพชรกลมสามารถฝังและใส่ในเครื่องประดับได้หลากหลายกว่า และมีโอกาสเสียหาย เช่น บิ่น แตก น้อยกว่า เพราะไม่มีมุมแหลมที่เปราะบาง
  5. มาตรฐานในการเจียระไนของเพชรกลมมาถึงจุดสูงสุด ที่สามารถกำหนดสัดส่วนที่ดีที่สุด เพื่อให้เพชรมีการสะท้อนแสง ไฟ ความระยิบระยับสูงสุด หรือที่เรียกว่า เหลี่ยมในอุดมคติ (Ideal Cut) ในขณะที่เพชรแฟนซี ทรงอื่นๆ ยังไม่มีการกำหนด เหลี่ยมในอุดมคติ

 

ฟังๆดู ก็ดูเหมือนเป็นเหตุผลที่เข้าท่าเหมือนกัน แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับคนขี้สงสัยอย่างผม

ข้อแรก จริงอยู่ว่าเพชรจำนวนมากถูกนำมาเจียระไนเป็นเพชรกลม น่าจะมีของให้เลือกและคุณภาพหลากหลายกว่า แต่คุณภาพจะดีกว่าหรือไม่นั้น ไม่น่าเกี่ยว เพชรก้อนทุกเม็ด จะถูกนำมาประเมินก่อนว่า เจียระไนเป็นรูปทรงไหนแล้ว จะเสียน้ำหนักน้อยที่สุดและได้ราคาดีที่สุด ดังนั้นการที่มีเพชรกลมปริมาณมากกว่า ก็ไม่น่าแปลว่า โดยเฉลี่ยแล้วเพชรกลมจะมีคุณภาพจะดีกว่าเสมอไป

 

ข้อสอง แน่นอนว่าเพชรกลมเล่นไฟ กว่า แต่เพชรแฟนซีที่เจียระไนแบบ Brilliant (เกสร) เช่นกัน อย่างเช่น เพชรหยดน้ำ เพชร Princess cut หรือ เพชร heart shape การเล่นไฟ สะท้อนแสง น่าจะด้อยกว่าเพชรกลมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การสะท้อนแสง และไฟ ก้อไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียวที่มีผลต่อความสวยงาม ความสมมาตร และรูปทรง ก็ส่งผลถึงความสวยงามด้วยเช่นกัน

 

ข้อสาม ผมว่านั่นเป็นเพราะเราถูกปลูกฝังโดยการตลาดมากกว่า ว่าถ้าเป็นเพชรต้องทรงกลม ใครเป็นผู้กำหนดกันแน่ว่าเพชรทรงกลมถึงจะคลาสสิค แล้วทำไมถ้าเป็นพลอยอื่นๆ รูปทรงมาตรฐานกลับเป็น ทรงไข่ล่ะครับ นี่เป็นเพราะว่าโดยธรรมชาติแล้ว พลอยก้อนส่วนมากจะเป็นทรงที่ออกรีๆ ซึ่งเมื่อมาเจียระไนเป็นทรงไข่แล้ว จะเสียน้ำหนักน้อยที่สุด และนี่น่าจะเป็นเหตุผล และกุศโลบายสำคัญที่นำไปสู่การโปรโมทให้เพชรทรงกลมเป็นที่นิยมที่สุดและมีราคาสูงสุด

 

ข้อสี่ อันนี้เป็นเรื่องจริง แต่ว่าการฝังแบบหัวเรือ และแบบอื่นๆที่หุ้มส่วนแหลมของเพชรทรงแฟนซีได้ ก็สามารถช่วยปกป้องเพชรแฟนซีไม่ให้ปิ่น แตกง่ายๆได้ และเพชรแฟนซีหลายทรงๆ ก็ไม่มีส่วนแหลมที่ว่านี่ด้วยซ้ำ เช่นเพชรทรงไข่ ทรง Cushion หากว่าความเปราะบางมีผลต่อราคาขนาดนั้น เพชรกลมที่มีขอบบางมาก (Very thin) ก็ควรมีราคาต่ำกว่าเพชรกลมปกติมากเช่นกัน แต่ความเป็นจริงคือ เพชรที่มีขอบบางมาก อาจมีราคาต่ำกว่าปกติแค่ 2-3% เท่านั้น

 

ข้อห้า ถูกต้องครับ มีเฉพาะเพชรกลมที่มี Ideal Cut ในขณะที่ เพชรแฟนซีอื่นๆ นั้นไม่มี ซึ่งเป็นเรื่องที่จะว่ากันไปแล้ว นับว่าแปลกประหลาดมาก ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน การจะศึกษาหรือคำนวณสัดส่วนที่ดีที่สุดสำหรับเพชรแฟนซีแต่ละประเภทนั้น น่าจะง่ายยิ่งกว่าเล่นน้ำวันสงกรานต์ อย่าลืมนะครับ ว่า นาย Tolkowsky ได้คิดค้นสัดส่วนที่ดีที่สุดสำหรับเพชรกลม ได้ตั้งแต่ปี 1919 หรือเกือบ 100 ปี มาแล้ว การที่ปัจจุบัน เรายังไม่สามารถคิดคำนวณสัดส่วนที่ดีที่สุดสำหรับเพชรแฟนซีได้จึงเป็นเรื่องที่แปลกยิ่งกว่าแปลก

 

อีกเหตุผลหนึ่งที่มีการกล่าวอ้างกันเยอะ ก็คือ หลักอุปสงค์ อุปทาน ว่ากันว่า เพราะความต้องการเพชรทรงกลมมีมากกว่า เลยทำให้เพชรทรงกลมแพงกว่า อย่าลืมนะครับ ว่า ความต้องการมากกว่าจริง แต่อุปทานการผลิตก็มากกว่ามากเช่นกัน ในขณะที่อุปสงค์ของเพชรแฟนซีมีน้อย แต่อุปทานก็น้อยเช่นกัน ดังนั้นประเด็นนี้ก็ไม่น่าจริงอีก ผมสงสัยว่าที่เพชรทรงกลมแพง อาจเป็นเพราะเจ้าของเหมืองรายใหญ่ที่คุมอุปทานเกินกว่าครึ่งค่อนโลกต้องการให้เป็นเช่นนั้น ธุรกิจเพชร จริงๆเป็นธุรกิจกึ่งผูกขาด เป็นไปได้มั้ยว่าเจ้าของเหมืองรายนั้นแหล่ะครับที่เป็นคนกำหนดว่ามันต้องเป็นแบบนี้

 

ที่เขียนมาซะยืดยาวนี้ คงไม่ถึงกับสรุปว่า มีทฤษฎีสมคบคิดอะไรบางอย่าง เพียงแต่อยากชี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า บางครั้งอะไรๆ อาจไม่เป็นอย่างที่เห็น เราไม่ควรเชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะความเชื่อหลายๆอย่างที่โลกตะวันตก พยายามจะยัดเยียดใส่หัวสมองของเรา  เป็นไปได้มั้ยว่า อันที่จริง แล้วเพชรแฟนซีก็ควรมีราคาเท่าๆ กับเพชรกลมนั่นแหล่ะ เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นเพชรเหมือนกัน แต่เป็นเพราะว่า โดยธรรมชาติแล้วเพชรก้อนนั้น ซึ่งมีรูปทรงโดยมากเป็นผลึก Octahedron ควรนำมาเจียระไนเป็นเพชรกลม เพื่อให้เสียน้ำหนักน้อยที่สุด จึงเหลือเพชรก้อนที่สามารถนำมาเจียระไนเป็นเพชรแฟนซีได้น้อยมาก ถ้าผู้ผลิต ผู้ค้าเพชรเจ้าใหญ่ๆ นำเสนอว่า เพชรแฟนซีซึ่งมีของน้อย ควรมีราคาแพงกว่าเพชรกลมที่มีของเยอะ เขาก็ได้เงินน้อยลงมากซิครับ ผมคิดว่านี่แหล่ะที่เป็นที่มาว่า เพราะอะไรเพชรแฟนซีถึงต้องถูกกว่าเพชรกลม เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากว่า ของที่หายากกว่า ดันถูกกว่าของที่หาง่ายกว่า?? ถ้าใครเคยศึกษาเรื่องอัญมณีมาบ้าง จะรู้ว่า คุณสมบัติพื้นฐานสามประการของอัญมณี ได้แก่ ความสวยงาม ความคงทนถาวร และความหายาก

 

บทสรุป ผมอยากถามคำถามง่ายๆ หนึ่งคำถามว่า หากมีทองสองก้อน ก้อนหนึ่งเป็นทองทรงกลม กับอีกก้อนเป็นทองสี่เหลี่ยม ทองก้อนไหนจะราคาแพงกว่ากันครับ ถ้าน้ำหนักเท่ากัน เปอร์เซ็นต์เท่ากัน ต่างกันนิดนึง ทองก้อนทรงกลมขัดเงามา เลยดูสวยเงางามกว่า ถ้าใครเห็นทองสี่เหลี่ยมที่ไหนราคาถูกกว่าทองก้อนกลมสัก 40% รีบโทรหาผมเลยนะครับ ผมจะได้ขายบ้าน ขายหุ้น ขายรถ ขายของเล่นลูก ขายหมากะนกแก้วของอากู๋ แล้วเอาตังค์ทั้งหมดไปซื้อทองก้อนสี่เหลี่ยมที่ว่า